รีวิวภาษาไทย Ulefone Armor มือถือ IP68 รุ่นแรก จาก Ulefone

PakasitW Uncategorized 0 Comments

อย่างที่ทราบกันดีว่าแบรนด์ Ulefone นั้น เป็นมือถือที่มีชื่อเสียงด้านรูปลักษณ์ ที่มาพร้อมกับ features ล่าสุดในท้องตลาด มือถือทุกรุ่นของ Ulefone นั้น จะมีชื่อเรียกที่น่าสนใจแตกต่างกันไปตามลักษณะรูปทรง หรือคุณสมบัติเฉพาะของรุ่นนั้น ๆ ที่เป็นจุดขายสำคัญที่่ทำให้มือถือ Ulefone โดดเด่นกว่าใครเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ดังรุ่นก่อน ๆ ที่ออกมาเช่น Ulefone Metal, Ulefone Future, Ulefone Vienna, Ulefone Power,  เป็นต้น ดังนั้น เมื่อ Ulefone ประกาศกร้าวว่าจะผลิตมือถือที่แข็งแกร่ง จึงใช้ชื่อโมเดลนี้ว่า Ulefone Armor เราจะมาทำการทดสอบ และเริ่มต้นเรียนรู้ข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวกับมือถือรุ่นนี้กันครับ

เราพอจะทราบกันดีว่า มือถือกันกระแทกนั้้น หน้าตาเป็นอย่างไร และเป็นที่น่าสนใจว่า มือถือของ Ulefone ที่ได้รับมาตรฐาน IP68 จะมีลักษณะเป็นอย่างไร ที่น่าประหลาดใจคือ รูปทรงมันไม่ได้แตกต่างมากนัก เมื่อเทียบกับมือถือพันธุ์อึดจากค่ายอื่น ๆ เช่น Homtom HT20, NO.1 X3, Blackview BV6000, Conquest S8 เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราคุ้นเคยกับมือถือ Ulefone ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ล่าสุดอันน่าประทับใจ และโรงงานนี้ก็ได้รวมเอาความแข็งแกร่ง พร้อมกับ features ระดับ high-end มาไว้ด้วยกัน โดย Ulefone ไม่ทำให้มันราคาแพง – Ulefone Armor นั้นมีราคาเพียง 7,990 บาท

รูปลักษณ์ของ Ulefone Armor

หลังจากที่เราได้ทดลองใช้มือถือ พันธุ์อึด ที่ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่ง แต่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติครบ สามารถถ่ายภาพได้ในที่ที่มีแสงน้อย ก่อนที่เราจะพูดถึงคุณสมบัติภายใน เรามากล่าวถึงคุณสมบัติภายนอกกันสักเล็กน้อย

Housing ของตัวเครื่องนั้น ทำจาก hard polycarbonate และ soft cover TPU การผสมผสานกันนี้ช่วยปกป้องมือถือจากการตก การกระแทก และการขูดขีด นอกจากนี้ Ulefone Armor ยังมาพร้อมกับมาตรฐาน IP68 นั่นหมายความว่ามือถือรุ่นนี้สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้นั่นเอง อีกความหมายหนึ่งคือ ARMOR สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ -20C ถึง 80C และสามารถทิ้งไว้ใต้น้ำลึก 1 เมตร (โดยจากการทดสอบสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร) เป็นเวลานานกว่า 30 นาที โดยที่เครื่องไม่เป็นอะไร

เราเข้าใจกันดีว่ามือถือที่มีความสามารถในการปกป้องสูง ควรจะมีปุ่มกดต่าง ๆ ให้ได้ใช้งานกันอย่างหลากหลาย ซึ่ง Ulefone Armor ก็ได้จัดมาให้อย่างเต็มที่ เรามองเห็นปุ่มกดต่าง ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งมีหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกัน เช่น ปุ่ม navigation เป็นปุ่มแบบ physical ทำให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มนี้ได้ แม้ใจขณะที่สวมถุงมือ ปุ่ม home ปุ่ม back ก็เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีปุ่ม SOS เมื่อกดค้างไว้ 5 วินาทีจะสามารถโทรออกฉุกเฉินไปยังเบอร์ที่ตั้งค่าไว้ พร้อมส่ง SMS บอกพิกัดของคุณให้กับเบอร์ที่ได้ทำการบันทึกไว้อีกด้วย

อย่างที่ได้เห็นจากภาพด้านบนและด้านล่าง Ulefone Armor ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นมือถือที่สวยงาม โค้งมน แต่บอดีของเครื่องนั้นถูกหุ้มไปด้วยยางกันกระแทก และยึดสกรูจำนวนมาก และอย่างที่ได้กล่าวไปคือ มีปุ่ม physical navigation buttons 3 ปุ่มบนหน้าจอ และมีกล้องหน้าและ speaker อยู่ด้านบนของจอภาพ และเราสามารถมองเห็น logo Ulefone ได้จากทางด้านล่างของจอภาพ นอกจากนี้ยังมี on screen button อีกด้วย

ด้านหลังของ ARMOR มีกล้องหลังมาพร้อมกับ flash light มีรูสำหรับไมโครโฟน และ speaker แต่ที่น่าสะดุดตาคือตัวอักษร ‘IP68’ ที่บ่งบอกถึงจุดขายของเครื่อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าหลายท่านอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นชื่อรุ่นของเครื่องก็เป็นได้

รูเสียบ mini USB port และช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ถูกปกป้องด้วยฝาปิดพิเศษ และมีปุ่ม power on/off อยู่ด้านบนของเครื่อง และมีปุ่ม SOS อยู่ด้านข้างขวาบนของเครื่อง นอกจากนี้ยังมีปุ่ม camera shutter อยู่ด้านล่าง ข้างเดียวกัน สุดท้าย มีปุ่มปรับ volume อยู่ด้านซ้าย ทั้งนี้สามารถกดปุ่มลดเสียงพร้อมปุ่ม power (หรือปุ่ม เพิ่มเสียง + SOS) เพื่อจับภาพหน้าจอ

จุดที่น่าสนใจอีก 2 อยา่งของ Ulefone Armor คือ บอดี้มีขอเกี่ยวเพิ่มเติม และมีช่องใส่ซิมด้านหลังของตัวเครื่องซึ่งต้องขันสกรูออก เป็นระบบรองรับ 2 SIM และพิเศษคือมีช่องแยกสำหรับใส่ memory เพิ่มเติมอีกด้วย

มีสองสีให้เลือก คือสีส้ม และสีดำ และแน่นอน มือถือรุ่นนี้จะมีน้ำหนักพอสมควรครับ – Ulefone Armor มาพร้อมกับบอดี้ขนาด 147.9 x 75.8 x 12.5 mm และหนักถึง 195 กรัม

หน้าจอแสดงผล และ Hardware ของ Ulefone Armor

หน้าจอแสดงผลอาจจะไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของมือถือรุ่นนี้ แต่ทาง Ulefone เองก็ยังเตรียมหน้าจอคุณภาพดีใส่มาให้ เป็นหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว IPS-OGS panel ที่ความละเอียด 1280 x 720 pixels และมี pixel density ที่ 313PPI หน้าจอยังได้รับการปกป้องด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3 และมี superb oleophobic coating เกรดพรีเมี่ยม ดังนั้นจึงปลอดภัยจากการขูดขีด และทำให้ไม่มีรอยนิ้วมือเหลือค้างที่หน้าจอ

หลังจากที่ได้ดูคุณสมบัติต่าง ๆ ถึงแม้ว่า Ulefone Armor จะจัดได้ว่าเป็นมือถือระดับกลาง แต่คุณสมบัติของมือถือรุ่นนี้จัดได้ว่าเป็นคุณสมบัติในแบบที่มือถือที่หลาย ๆ ค่ายฝันอยากที่จะทำ ไม่ว่าจะเป็น MT6753 octa-core SoC มาพร้อมกับแรม 3GB และหน่วยความจำภายใน 32GB Ulefone Armor ได้ผลคะแนนทดสอบ AnTuTu อยู่ที่ระดับคะแนน 37,528 ซึ่งอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ก็เพียงพอ ต่อการใช้งานทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน

ซึ่งเราสามารถพบ chipset รุ่นนี้ได้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ CPU รุ่นนี้ คือ มันสามารถรองรับการใช้งาน 3G และ 4G ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่ง MediaTek เรียกรุ่นนี้ว่า ‘WorldMode 4G LTE และ CDMA2000’ ซึ่งเป็นคีย์สำคัญของมือถือรุ่นนี้ นั่นก็เพราะว่า มันถูกออกแบบมาให้คนที่ชอบการเดินทางและรักการผจญภัย ด้านล่าง เป็นตารางคลื่นความถี่ทั้งหมดที่รองรับ ให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่ารองรับกับประเทศที่คุณจะไปหรือไม่

หลายท่านที่ได้ทดลองใช้ Ulefone Armor อาจจะกล่าวว่า กล้องของ Armor นั่นไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งทางเราก็เห็นด้วย เพราะเมื่อเทียบกับมือถือที่เป็น cameraphones เช่น Huawei P9 หรือ Ulefone Gemini Pro แต่ถ้าเทียบกับมือถือระดับกลางด้วยกันแล้วจัดว่ากล้องใช้ได้ดีเลยทีเดียว ทั้งนี้ Ulefone Armor มาพร้อมกับกล้องหน้า 5MP และกล้องหลัง 13MP

  • ภาพตัวอย่าง 1

    ภาพตัวอย่าง 1

  • ภาพตัวอย่าง 2

    ภาพตัวอย่าง 2

  • ภาพตัวอย่าง 3

    ภาพตัวอย่าง 3

  • ภาพตัวอย่าง 4

    ภาพตัวอย่าง 4

[Credit ภาพตัวอย่างจาก xiaomitoday.com]

Ulefone Armor มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3500mAh ที่สามารถใช้งานได้ 7-8 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานทั่วไป และยังรองรับ OTG และมาพร้อมกับ Android 6.0

Armor battery

บรรจุภัณฑ์ Ulefone Armor

มือถือรุ่นนี้มาพร้อมกับกล่องสีดำ ที่มีโลโก้ Armor อยู่ด้านหน้า และมีกรอบเป็นรูปโล่ซึ่งเป็นจุดขายของมือถือรุ่นนี้ ที่กันน้ำ และได้รับมาตรฐาน IP68

ภายในกล่อง ประกอบด้วยตัวเครื่อง สาย USB มี Charger และมีคู่มือภาษาอังกฤษ ไขควง และสายต่อสำหรับ headphone

เปรียบเทียบ Ulefone Armor กับ Blackview BV6000

จุดแข็ง

  • ผ่านมาตรฐาน IP68
  • กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
  • CPU 8-cores SoC
  • รองรับ 4G ทุกเครือข่าย
  • ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน โปรแกรมได้
  • มีปุ่ม Navigation สองแบบ (on screen และ ปุ่ม physical)
  • แบตเตอรี่ 3500 mAh

จุดอ่อน

  • หน้าจอ 720p
  • กล้องหลัง 13MP

บทสรุป

เมื่อ Ulefone Armor เปิดตัว ทาง Ulefone แถลงว่า Ulefone Armor จะเป็นมือถือที่แข็งแกร่ง ทนทาน ซื่งมีตัวเทียบมากมายในท้องตลาด ที่ได้รับมาตรฐาน IP68 และมีรูปลักษณ์สวยงาม แต่เมื่อทำเป็นมือถือกันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทกแล้ว รูปลักษณ์จึงดูแตกต่างออกไป เทียบมือถือที่ได้รับมาตรฐาน IP68 แต่รูปลักษณ์บอบบาง สวยงามหลายค่าย ทำงานใต้น้ำได้ไม่จริงในทางปฏิบัติ ดังนั้นเวลาที่มองหามือถือที่แข็งแกร่ง ทนทาน Ulefone Armor จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว

ปัจจุบัน Ulefone Armor ราคาเพียง 7,990 บาท ซึ่งราคาเปิดตัวอยู่ที่ 8,990 บาท

การออกแบบ 7/10
การออกแบบ 7/10
หน้าจอ 7/10
หน้าจอ 7/10
Hardware 8/10
Hardware 8/10
การเชื่อมต่อ 9/10
การเชื่อมต่อ 9/10
Software 8/10
Software 8/10
ความทนทาน 10/10
ความทนทาน 10/10
ความคุ้มค่า 8/10
ความคุ้มค่า 8/10
คะแนนโดยรวม
0
จาก 100 คะแนน (อ้างอิง xiaomitoday.com)

อ้างอิงภาพประกอบการรีวิวจาก (xiaomitoday.com)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *